ทำความรู้จัก "หมึกทาโกะ" (Tako) ราชาแห่งหมึกยักษ์ กับเคล็ดลับความอร่อยและประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
หมึกทาโกะ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ หมึกยักษ์ทาโกะ (Tako /Giant Octopus) เป็นหนึ่งในวัตถุดิบอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในอาหารญี่ปุ่นและอาหารฟิวชันระดับพรีเมียม ด้วยเนื้อสัมผัสที่หนึบแน่น รสชาติหวานธรรมชาติ และสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู จึงทำให้หมึกทาโกะเป็นที่ต้องการทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ร้านอาหารญี่ปุ่น ซูชิร้านดัง ไปจนถึงโรงแรมและภัตตาคารระดับสูง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกโลกของ หมึกทาโกะ(Tako) ว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และมีเมนูเด็ดอะไรบ้างที่สายกินไม่ควรพลาด!
หมึกทาโกะ (Tako) คืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่าราชาแห่งหมึกยักษ์
หมึกทาโกะหรือปลาหมึกยักษ์ทาโกะ (Tako/ Giant Octopus) คือ ปลาหมึกยักษ์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือหนวดยาวมีทั้งหมด 8 เส้น และมีความยืดหยุ่นสูง นิยมจับจากแหล่งน้ำเย็น เช่น แถบมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลญี่ปุ่น ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวช่วยให้หมึกมีคุณภาพดี เนื้อแน่น และมีกลิ่นคาวน้อย ในวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น หมึกทาโกะถือเป็นวัตถุดิบคลาสสิกที่พบได้ตั้งแต่เมนูดั้งเดิมไปจนถึงเมนูร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ หรืออาหารทานเล่นแบบอิซากายะ
คำว่า "ทาโกะ" มาจากภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “หมึกยักษ์” ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่สามารถรับประทานได้และไม่สามารถรับประทานได้ พันธุ์ที่นิยมนำมารับประทานมากที่สุดคือ Octopus vulgaris โดยหมึกทาโกะหรือปลาหมึกยักษ์ทาโกะจะอร่อยที่สุดในเดือนสิงหาคม
คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของหมึกทาโกะ

การรับประทานหมึกทาโกะไม่ได้ให้แค่ความอร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ และยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น
- โปรตีนสูงแต่แคลอรีต่ำ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
- อุดมด้วยทอรีน (Taurine): ในหมึกทาโกะ (Tako) มีสารทอรีนสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอล บำรุงตับ และช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสายตา
- วิตามินและแร่ธาตุ: เป็นแหล่งของวิตามิน B12, ซีลีเนียม (Selenium) และเหล็ก ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันภาวะโลหิตจาง
- ไขมันต่ำ: เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น หมึกยักษ์ทาโกะมีไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่น้อยกว่ามาก
หมึกทาโกะ นิยมนำมาทำเมนูอะไรบ้าง

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หมึกทาโกะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือ ความหลากหลายในการนำไปปรุงอาหาร ตัวอย่างเมนูยอดนิยม ได้แก่
1. ทาโกยากิ (Takoyaki)
เมนูซิกเนเจอร์จากเมืองโอซาก้าที่ใครก็รู้จัก ขนมครกญี่ปุ่นที่มีไส้เป็นชิ้น หมึกยักษ์ทาโกะ เต็มคำ ผสมกับแป้งสูตรพิเศษและราดซอสรสเข้มข้น
2. ทาโกะซาชิมิ (Tako Sashimi)
การรับประทานแบบดิบหรือลวกกึ่งสุก (Parboiled) เพื่อลิ้มรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาหมึก โดยมักเสิร์ฟคู่กับโชยุและวาซาบิสด เพื่อดึงรสชาติของหมึกทาโกะออกมาให้ชัดเจนที่สุด
3. หนวดหมึกยักษ์ปรุงรสวาซาบิ/ทาโกะวาซาบิ (TAKO WASABI)
เมนูยอดนิยมในร้านอิซากายะ (Izakaya) คือ การนำหนวดหมึกสดหั่นชิ้นเล็ก ๆ มาหมักกับวาซาบิและเครื่องปรุงสูตรพิเศษ ให้รสชาติที่เผ็ดขึ้นจมูก ตัดกับความหวานกรุบของหมึกได้อย่างลงตัว เป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่สายดื่มต้องสั่ง
4. ทาโกะสลัด หรือ ยำหมึกยักษ์
สำหรับคนที่ชอบรสชาติจัดจ้าน การนำหมึกทาโกะไปทำเป็นยำสไตล์ไทยหรือสลัดน้ำใสสไตล์ญี่ปุ่น ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นและเคี้ยวสนุกในทุกคำ
เคล็ดลับการเตรียมหมึกทาโกะให้ "นุ่ม เด้ง ไม่เหนียว"

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของการทำหมึกยักษ์ทาโกะ คือ เนื้อที่อาจจะเหนียวเกินไปหากปรุงไม่ถูกวิธี พ่อครัวชาวญี่ปุ่นจึงมีเทคนิคที่จะทำให้เนื้อนุ่ม เด้ง และไม่มีกลิ่นคาว ดังนี้
- การนวดด้วยเกลือและหัวไชเท้า: การนวดหมึกด้วยเกลือแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อล้างเมือกออก เกลือจะช่วยขจัดกลิ่นคาว ส่วนสารในหัวไชเท้าจะช่วยทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อของหมึกอ่อนตัวลง
- การนวด : ส่วนใหญ่ในร้านอาหารระดับสูง เชฟอาจใช้เวลานวดหมึกนานถึง 30-40 นาทีเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มที่สุด
- การควบคุมอุณหภูมิ: การลวกหมึกต้องใช้เวลาที่เหมาะสม หากนานเกินไปเนื้อจะหดและแข็ง แต่หากน้อยไปก็จะไม่ได้ความหอมจากความร้อน
หมึกทาโกะ หรือ หมึกยักษ์ทาโกะ (Giant Octopus / Tako) ถือเป็นวัตถุดิบอาหารทะเลคุณภาพที่โดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการ สามารถนำไปปรุงได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมไปจนถึงเมนูฟิวชัน เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเองและผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการวัตถุดิบมาตรฐาน สมกับที่ได้เป็น”ราชาแห่งหมึกยักษ์”
หากคุณกำลังมองหาหมึกทาโกะ (Giant Octopus / Tako) เนื้อเด้งแน่น หรือ หนวดหมึกยักษ์ปรุงรสวาซาบิ (TAKO WASABI) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าได้ ที่นี่
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- King Crab ราชาแห่งท้องทะเลอลาสก้า: ความพรีเมียมที่นักชิมตัวจริงไม่ควรพลาด
- Lobster ราชาแห่งอาหารทะเล – ความหรูหราที่สัมผัสได้ในทุกคำ
- หอยเชลล์ฮอกไกโด Hokkaido Scallop: สุดยอดวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากทะเลญี่ปุ่น
อ้างอิง
