Beef Wellington ศิลปะการทำอาหารชั้นสูงที่ทุกคนสามารถลิ้มลองได้
Beef Wellington ถือเป็นหนึ่งในเมนูคลาสสิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอาหารตะวันตก ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงาม และขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน ทำให้เมนูนี้ถูกขนานนามว่าเป็นเมนูแห่งความหรูหราและมีรสนิยม ไม่ว่าจะเสิร์ฟในช่วงโอกาสพิเศษ งานเลี้ยง หรือดินเนอร์ก็สร้างความประทับใจ แต่ในปัจจุบัน Beef Wellington กลายเป็นเมนูที่หลายคนเริ่มสนใจลองทำเองที่บ้าน เพราะสามารถเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีและปรับสูตรได้ตามความชอบ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประวัติความเป็นมา วิธีทำ รวมถึงเหตุผลว่าทำไม Beef Wellington จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานเฉลิมฉลองและช่วงเทศกาลต่าง ๆ
ต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์ที่มาของ Beef Wellington
ชื่อของ Beef Wellington นั้นเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า มีที่มาจากท่านดยุกแห่งเวลลิงตัน (Duke of Wellington) หรือ อาร์เธอร์ เวลสลีย์ (Arthur Wellesley) ผู้บัญชาการทหารที่ได้รับชัยชนะเหนือนโปเลียนในยุทธการวอเตอร์ลู เมื่อปี ค.ศ. 1815
แม้จะไม่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ดยุกเองเป็นผู้คิดค้นสูตร หรือนี่คือเมนูโปรดของท่าน แต่ชื่อนี้ก็ถูกนำมาใช้เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ โดยการเปรียบเทียบชั้นของแป้งพัฟที่ห่อหุ้มเนื้อเอาไว้ก็อาจสื่อถึงเครื่องแบบและเสื้อคลุมที่สง่างามของท่านดยุก อย่างไรก็ตาม แนวคิดของการห่อเนื้อด้วยขนมปังหรือแป้งนั้นมีมานานหลายศตวรรษในวัฒนธรรมยุโรป เช่นเดียวกับเมนูสัญชาติฝรั่งเศสที่คล้ายคลึงกันอย่าง “Filet de Bœuf en Croûte” (เนื้อสันในอบในเปลือก) นักประวัติศาสตร์อาหารบางคนเชื่อว่านี่คือการปรับปรุงและทำให้เมนูฝรั่งเศสเป็นที่รู้จักในอังกฤษ โดยการตั้งชื่อตามวีรบุรุษของชาติ เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นอาหารอังกฤษขนานแท้
ไม่ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ Beef Wellington ได้ก้าวข้ามจากอาหารในราชสำนักกลายเป็นเมนูคลาสสิกที่ปรากฏอยู่บนเมนูของภัตตาคารชั้นนำทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนประกอบสำคัญของ Beef Wellington ที่ทำให้มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

Beef Wellington เมนูที่โดดเด่นด้วยการผสานวัตถุดิบคุณภาพและเทคนิคหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน ส่วนประกอบหลัก ได้แก่
- Prosciutto : เป็นชั้นของพาร์มาแฮม จะถูกใช้ห่อหุ้ม Duxelles และเนื้ออีกชั้นหนึ่ง เพื่อกันความชื้นขั้นที่สอง และเพิ่มรสเค็มละมุน
- เนื้อสันใน (Tenderloin) : หัวใจสำคัญของ Beef Wellington เพราะส่วนที่นุ่มที่สุด โดยเนื้อจะต้องถูกจี่ (Sear) อย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดชั้นเปลือกสีน้ำตาลสวยงามภายนอก แต่ยังคงความนุ่ม ฉ่ำ และสีชมพูเรื่อ ๆ (Medium-Rare) ไว้ภายใน
- เห็ดผัด (Duxelles) : ส่วนผสมของเห็ดหลายชนิดที่ถูกสับละเอียดผัดจนแห้ง โดยส่วนมากจะนำมาผัดกับหอมแดง กระเทียม และสมุนไพร ช่วยเพิ่มรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังเป็นชั้นกันความชื้นไม่ให้แป้งพัฟเปียกแฉะอีกด้วย
- แป้งพัฟ (Puff Pastry) : แป้งพายชั้นบางที่ห่อด้านนอก เมื่ออบจะให้สีทองสวยงาม และยังสามารถเพิ่มการตกแต่งลวดลายบนแป้งก่อนอบเพื่อเพิ่มมูลค่าและเอกลักษณ์ของ Beef Wellington อีกด้วย
ทำไม Beef Wellington ถึงเป็นเมนูที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานเฉลิมฉลองและเทศกาลสำคัญ?
Beef Wellington เป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความประณีตและภาพลักษณ์แห่งความหรูหรา ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโอกาสพิเศษและงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส ปีใหม่ หรือดินเนอร์สำคัญ รูปลักษณ์ของพัฟเพสตรีสีทองกรอบที่ห่อเนื้อวัวคุณภาพที่นุ่ม ฉ่ำ ทำให้การเสิร์ฟแต่ละครั้งเป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจ และมักกลายเป็นไฮไลต์ของงาน นอกจากนี้ เมนูนี้ยังสื่อถึงความตั้งใจและความใส่ใจในรายละเอียด การทำ Beef Wellington ให้สมบูรณ์จึงเปรียบเสมือนของขวัญที่มีความหมาย เหมาะสำหรับฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกับคนสำคัญ
สูตร Beef Wellington ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

สูตร Beef Wellington นี้เป็นสูตรจาก John Torode และ Lisa Faulkner โดยมีจุดเด่นคือเนื้อวัวสันในที่นุ่ม ปาเต้ตับไก่รสกลมกล่อม และแป้งพัฟเพสตรีที่กรอบฟูเข้ากันอย่างลงตัว
วัตถุดิบ (สำหรับ 8 เสิร์ฟ)
- เนื้อวัวส่วนสันใน (ตัดแต่งแล้ว) 1-1.4 กิโลกรัม
- เนย 50 กรัม
- หอมแดงสับ 2 หัว
- เห็ดพอชินีแห้ง 15 กรัม
- กระเทียมขูด 2 กลีบ
- เห็ดพอร์โทเบลโลสับละเอียด 225 กรัม
- ใบไธม์สดสับ 2 ช้อนชา
- ตับไก่บด 170 กรัม
- แป้งพัฟสำเร็จรูป 2 ก้อน ก้อนละ 500 กรัม
- แฮมพาร์มา /Prosciutto 160 กรัม
- ไข่ไก่ขนาดกลาง 1 ฟอง
วิธีทำ
- ทาไข่อีกรอบแล้วนำไปแช่แข็ง 20 นาที จากนั้นอุ่นเตาอบที่ 200°C (พัดลม 180°C)
- ทาไข่บนแป้งพัฟ และตกแต่งด้วยแป้งส่วนเกินเป็นดอกกุหลาบหรือใบไม้ตามความชอบ
- รีดแป้งพัฟเป็นสี่เหลี่ยม 30 × 40 ซม. วางบนกระดาษรองอบ วางพาร์มาแฮมโดยเว้นขอบ 2–3 ซม. วางเนื้อไว้ตรงกลาง ห่อแฮมและม้วนแป้งให้แน่น ตัดแป้งส่วนเกินและปิดขอบให้สนิท
- วางเนื้อบนเขียง แล้วเกลี่ยส่วนผสมของเห็ดให้ทั่วเนื้อวัว
- นำปาเต้ตับไก่ไปตีจนเนื้อเนียน ผสมกับดักเซลส์เห็ดที่เย็นแล้วในข้อ 2 คนให้เข้ากัน แล้วปรุงรสตามชอบ
- ผัดหอมแดงกับเนย ใส่เห็ดพอชินี (ที่แช่น้ำแล้ว) เห็ดพอร์โทเบลโลและกระเทียม ผัดด้วยไฟแรงจนเแห้ง ปรุงรสและใส่ใบไธม์ แล้วพักให้เย็น
- ปรุงรสเนื้อวัวด้วยเกลือและพริกไทย จากนั้นนำมาจี่กับเนยจนผิวเป็นสีน้ำตาลทุกด้าน (ด้านละประมาณ 4–5 นาที) แล้วพักให้เนื้อเย็น
- นำ Beef Wellington เข้าเตาอบ 30–40 นาที สำหรับมีเดียมแรร์ หรือ 1 ชั่วโมงสำหรับแบบสุกมาก จากลดไฟลงครึ่ง พัก 10 นาที ก่อนหั่นเสิร์ฟ
เคล็ดลับทำ Beef Wellington ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ

การทำ Beef Wellington ให้สมบูรณ์แบบต้องอาศัยทั้งความแม่นยำและความอดทน โดยมีเคล็ดลับ ดังนี้
- เลือกเนื้อวัวคุณภาพดี โดยใช้เนื้อสันใน (Beef Tenderloin) ซึ่งเป็นส่วนที่มีไขมันน้อย ถึงแม้จะเผลออบสุกเกินไปก็ยังทานได้ ไม่แข็งหรือเหนียวเกินไป และถ้าอบสุกไม่มากก็จะยิ่งอร่อยเป็นพิเศษ ที่สำคัญต้องตัดแต่งเอาไขมันและพังผืดออกให้หมดก่อนนำไปใช้
- ควบคุมความชื้น ต้องผัด Mushroom Duxelles ให้แห้งที่สุด เป็นการลดความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งพัฟเปียก
- การพักเนื้อ หลังจากนำออกจากเตาอบ ให้พักเนื้อไว้อย่างน้อย 10-15 นาที การพักนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ความร้อนกระจายตัวทั่วถึง และน้ำเนื้อไม่ไหลออกมาเมื่อหั่น ทำให้เนื้อฉ่ำวาวและคงรูปสวยงาม
- การห่อที่แน่นหนา ห่อทุกส่วนให้แน่นเพื่อรักษารูปร่างและป้องกันการแตกของแป้งขณะอบ นอกจากนี้การเลือกแป้งพัฟคุณภาพดีจะยิ่งทำให้แป้งฟูกรอบสวย
Beef Wellington ไม่ใช่แค่เมนูอาหารที่มีความหรูหรา แต่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ความประณีต และการเฉลิมฉลอง ความสวยงามเมื่ออบเสร็จ ความฉ่ำของเนื้อด้านใน และความกรอบหอมของพัฟเพสตรีด้านนอก ล้วนสร้างความประทับใจทั้งสำหรับผู้ทำและผู้ทาน
หากท่านสนใจสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อทำ Beef Wellington คุณภาพสูง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ทันทีที่นี่
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- ไก่งวง คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยมทั่วโลก
- Lobster ราชาแห่งอาหารทะเล – ความหรูหราที่สัมผัสได้ในทุกคำ
- King Crab ราชาแห่งท้องทะเลอลาสก้า: ความพรีเมียมที่นักชิมตัวจริงไม่ควรพลาด
อ้างอิง
